SPI KNOWLEDGE
เพิ่มอายุการใช้งานของมอเตอร์ ด้วยการวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS)
เพิ่มอายุการใช้งานของมอเตอร์ ด้วยการวิเคราะห์อุณหภูมิ ( THERMAL ANALYSIS) การวิเคราะห์อุณหภูมิ ( THERMAL ANALYSIS) การใช้งานมอเตอร์ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน ทำให้อายุการใช้งานของมอเตอร์ลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเพิ่ม( Temperature rise) ที่ยอมรับได้ของฉนวนขดลวดและอุณหภูมิของแบริ่ง เนื่องจากค่าอุณหภูมิเพิ่มทุก 10 องศา จะทำให้อายุการใช้งานของฉนวนลดลงครึ่…
รายละเอียดบทความ
เพิ่มอายุการใช้งานของมอเตอร์ ด้วยการวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS)
การวิเคราะห์อุณหภูมิ (THERMAL ANALYSIS)
การใช้งานมอเตอร์ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน ทำให้อายุการใช้งานของมอเตอร์ลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเพิ่ม(Temperature rise) ที่ยอมรับได้ของฉนวนขดลวดและอุณหภูมิของแบริ่ง เนื่องจากค่าอุณหภูมิเพิ่มทุก10องศา จะทำให้อายุการใช้งานของฉนวนลดลงครึ่งหนึ่ง และความร้อนสูงยังส่งผลกับความหนืด(Viscosity) ของสารหล่อลื่นในแบริ่ง อาจทำให้แบริ่งเสียหายจากการขาดสารหล่อลื่นได้เร็วขึ้น ดังนั้นการวัดอุณหภูมิเพื่อป้องกันการใช้งานมอเตอร์ขณะเกิดความร้อนสูงเป็นเวลานานเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
ค่าเผื่อทางอุณหภูมิ เป็นค่าที่เผื่อไว้ระหว่างอุณหภูมิเฉลี่ยของขดลวดและอุณหภูมิ ณ จุดร้อนที่สุด (Hottest point) โดย อุณหภูมิเพิ่มสูงสุดที่ยอมรับได้ = อุณหภูมิสุงสุด – อุณหภูมิห้องสูงสุด – ค่าเผื่อ
อุณหภูมิเพิ่มทุก10องศา คิดจากอุณหภูมิห้องสูงสุด40องศา ทำให้อายุของฉนวนลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง โดยอายุการใช้งานของฉนวนสัมพันธ์กับอุณหภูมิเพิ่มดังรูปที่4
การวัดอุณหภูมิแบบเปรียบเทียบแนวโน้ม(Trending) เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็วในการประเมินสภาพความร้อนสูงเกิน (Over heat) ในมอเตอร์ สาเหตุหลักของความร้อนสูงเกิน เกิดจากการใช้งานเกินพิกัด แบริ่งยึดติดและการเยื้องศูนย์ (Misalignment) นอกจากนี้ความผิดปกติอื่นๆที่อาจก่อให้เกิดความร้อนสูงเกินได้คือการระบายความร้อนที่จำกัด อุณหภูมิบรรยากาศโดยรอบสูง อัตราการใช้งาน (Duty cycle) ที่มากเกินไป และแหล่งจ่ายไฟผิดปกติ เช่น แรงดันตก เกินหรือไม่สมดุล
การวัดอุณหภูมิควรทำในขณะมอเตอร์อยุ่ในภาวะคงตัว(Steady state) โดยตำแหน่งวัดอุณหภูมิต่างๆที่แนะนำ 4 มีอยู่ 7ตำแหน่งด้วยกันคือ 3 จุดบริเวณผิวด้านข้างของมอเตอร์ บริเวณแบริ่งทั้งสองด้าน บริเวณกล่องต่อสายและบริเวณประกับโหลด (Coupling)
ตำแหน่งต่างๆในการวัดอุณหภูมิของมอเตอร์
การวัดอุณหภูมิยังมีปัจจัยต่างๆที่มีผลกับการวิเคราะห์ เช่นโหลด อุณหภูมิห้อง ความร้อนจากรังสีจากดวงอาทิตย์ และตำแหน่งที่วัด อุณหภูมิเพิ่มเป็นผลของกำลังสูญเสียต่างๆเช่น แรงเสียดทาน (Bearing friction) แรงลมต้านการหมุน (Windage) ความสูญเสียในแกนเหล็ก (Core loss) การสูญเสียในขดลวด (Copper loss หรือ I²R loss) และ Stray load loss ซึ่ง Stray load loss และ Copper loss จะขึ้นอยู่กับโหลด โดยการสูญเสียในขดลวดถือว่ามีมากที่สุดและอยู่ในรูปของความร้อน ดังนั้นในการวิเคราะห์ปัญหาความร้อนแบริ่งและที่ผิวของมอเตอร์แบบแนวโน้มจึงจำเป็นต้องนำสภาวะโหลดมาพิจารณาด้วย
สิ่งที่ต้องตระหนักคืออุณหภูมิห้องยิ่งสูง ทำให้ผิวของมอเตอร์มีอุณหภูมิสูงขึ้นตาม นอกจากนี้ความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ขณะใช้งานภายใต้แสงแดด สี ความหนาและคุณสมบัติของโลหะก็ส่งผลกับอุณหภูมิผิวที่วัดได้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบดังกล่าว การวัดอุณหภูมิผิว ควรวัดในตำแหน่งที่ไม่ได้รับแสง และอยู่ต่ำกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางในแนวนอน4
อีกปัจจัยที่สำคัญ ที่มีผลต่ออุณหภูมิผิวคือตำแหน่งวัด โดยทั่วไปตำแหน่งที่มีอุณภูมิสูงสุดคือตำแหน่งที่มีมวลมากสุดและการระบายความร้อนทำได้น้อยสุด4 ดังนั้นในมอเตอร์แบบเปิด (Open enclosure) ตำแหน่งที่อุณหภูมิสูงที่สุดจะอยู่ที่กลางมอเตอร์ ในขณะที่มอเตอร์แบบปิด (Totally enclose) ตำแหน่งที่อุณหภูมิสูงที่สุดคือตำแหน่งใดก็ตามที่อยู่ระหว่างกึ่งกลางถึงตำแหน่งที่ได้รับลมระบายความร้อนจากพัดลมน้อยที่สุด อุณหภูมิมอเตอร์รอบแนวรัศมีจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการระบายความร้อน รวมถึงระยะห่างของสเตเตอร์กับตัวเรือนมอเตอร์จะมีค่าไม่เท่ากันตลอดแนวรัศมีมอเตอร์ ยิ่งสเตเตอร์อยู่ห่างจากโครงมอเตอร์น้อยเท่าใด ค่าที่วัดได้ก็จะคงที่และถูกต้องมากขึ้น ในการวัดอุณหภูมิผิวแบบเปรียบเทียบแนวโน้ว ควรทำการวัดในตำแหน่งเดิมหรือใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิมทุกครั้ง และควรเลือกวัดในตำแหน่งที่สเตเตอร์อยู่ใกล้กับโครงมอเตอร์มากที่สุด
ในการพิจารณาอุณหภูมิเพิ่มของมอเตอร์สำหรับการวิเคราะห์แบบเปรียบเทียบแนวโน้ม เพื่อชดชยผลของอุณหภูมิห้องและสภาวะโหลด ค่าอุณหภูมิเพิ่มหลังชดเชยผลของโหลด (Normalized temperature rise) จะเป็นดังนี้
Tpt คือ อุณหภูมิที่วัดได้
Tamb คือ อุณหภูมิบรรยากาศ
%load คือ ร้อยละของโหลดขณะทำการวัดเทียบกับโหลดสูงสุดของมอเตอร์
ดูหมวดสินค้าเพื่อเปรียบเทียบมอเตอร์ เกียร์มอเตอร์ และอุปกรณ์ระบบส่งกำลังตามเงื่อนไขหน้างานของคุณ
ดูสินค้ามอเตอร์และระบบส่งกำลังสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ABB M2JA Series
M2JA

ABB M2QA Series
M2QA

ABB M3AA Series(IE2)
M3AA IE2

HASCON ALUMINIUM FRAME
ALUMINIUM FRAME

HASCON CAST IRON FRAME
CAST IRON FRAME

HASCON SINGLE PHASE
SINGLE PHASE

TATUNG High Voltage Induction Motor
High Voltage Induction Motor

TATUNG Horizontal Slip Ring Induction Motor
Horizontal Slip Ring Induction Motor
สินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (34)
- TATUNG LARGE MOTOR (Vertical Motor TEFC)
- TATUNG Series (TH 92 D) steel rolling motor
- Tatung Motor - TS21FV TEFC Series: Vertical
- Tatung Motor - TW21T TEAAC Series
- VENZ 3 Phase Motor
- VENZ CR Series
- VENZ SC Series
- VENZ SC-R Series
- VENZ SP Series
- VENZ SPECIAL MOTOR FOR OEM
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ABB รุ่น M2BAX
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ABB รุ่น M3BP (IE3)
- พัดลมระบายความร้อนสำหรับมอเตอร์
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- มอเตอร์ไฟฟ้า BONFIGLIOLI รุ่น BE
- มอเตอร์ไฟฟ้า BONFIGLIOLI รุ่น BN
- มอเตอร์ไฟฟ้า BONFIGLIOLI รุ่น BN ติดเบรค
- มอเตอร์ไฟฟ้า HASCON รุ่น HAL
- มอเตอร์ไฟฟ้า Hascon รุ่น IE1
- มอเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง Venz รุ่น CR
- มอเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง Venz รุ่น SC
- มอเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง Venz รุ่น SC-R
- มอเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูง Venz รุ่น SP
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ABB รุ่น M2JAX
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง Hascon รุ่น IE2
- มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง Hascon รุ่น IE3
ข้อมูลอ้างอิงจากแคตตาล็อกต้นฉบับ ตรวจสอบเงื่อนไขหน้างานและคู่มือผู้ผลิตก่อนนำไปใช้งาน
